sirimajan View my profile

กลอนเปล่า-กลอนเปลือย

posted on 10 Mar 2008 10:44 by sirimajan

 

   กลอนเปล่า - กลอนเปลือย         

   กลอนเปล่า  ( Blank  words )  มีชื่อเรียกหลายอย่าง  เช่น  กลอนอิสระ  กลอนปลอดสัมผัส  คำร้อยไร้ฉันทลักษณ์  เป็นคำประพันธ์รูปแบบใหม่  ที่มีลักษณะกำกึ่งระหว่างร้อยกรองกับร้อยแก้ว  ดังนั้นจึงเป็นการเรียบเรียงถ้อยคำ  โดยไม่มีลักษณะบังคับทางฉันทลักษณ์ท่ตายตัว  แต่ก็ไม่ใช่ความเรียงเขียนติดต่อกันไปอย่างร้อยแก้ว  จะมีการแบ่งเป็นช่วงเป็นวรรค  ที่ได้จังหวะงดงาม  สั้นหรือยาวก็แล้วแต่เนื้อความ  การแบ่งข้อความเป็นวรรคเป็นช่วงนี่เอง  ทำให้ดูแล้วมีลักษณะเหมือนกลอน   กลอนเปล่าจะมุ่งเน้นเนื้อหามากกว่า
รูปแบบ  ไทยได้รับอิทธิพลกลอนเปล่ามาจากตะวันตก  ผ้ท่นำกลอนเปล่ามาใช้ในไทย คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอย่หัว  รัชกาลท่ 6  โดยใช้เป็นบทสนทนาของบทละครท่แปลมาจากบทละครของเช็คสเปียร์  เช่น  เร่อง  โรเมโอและจูเลียต  เช่น

        "  นามนั้นสำคัญไฉนที่เราเรียกกุหลาบนั้น
แม้เรียกว่าอย่างอื่นก็หอมรื่นอย่เหมือนกัน
โรเมโอก็ฉันนั้น,  แม้โรเมโอมิใช่นาม,
ก็คงจะยังพร้อม  บริบูรณ์ ด้วยสิ่งงาม
โดยไม่ต้องใช้นามโรเมโอ,  ทิ้งนามไกล "

   ต่อมา จิตร  ภูมิศักดิ์  เขียนบทร้อยกรอง  ชื่อพิราบขาว  ในลักษณะของกลอนเปล่า  แต่เปลี่ยนแปลงไปจากของเดิม  ในความหมายของตะวันตก  ทำให้มีผู้เรียกว่า  กลอนเปลือย
   กลอนเปล่า-กลอนเปลือย  จึงเป็นงานเขียนท่ใช้ถ้อยคำให้กระทัดรัด  จัดเป็นบรรทัด  มีความสั้น ยาว ไม่เท่ากัน  หรือจัดเป็นรูปใดรูปหนึ่งคล้ายร้อยกรอง  เพียงแต่ไม่มีสัมผัสบังคับเท่านั้น  เช่น 

ตัวอย่างที่ ๑  มีรูปแบบ - สัมผัส คล้ายกาพย์ยานี  มีการใช้ภาพพจน์
                                                  สีเทาแห่งราตรี
                                            มืดมนมีความเหว่ว้า
                                            ลมหนาวพัดผ่านมา
                                            มองนภาน่าหวั่นใจ
                                            หริ่ง  หริ่ง  เรไรร้อง
                                            ดั่งนวลน้องครวญคร่ำไห้
                                            มองจันทร์ผ่องอำไพ
                                            ดั่งดวงใจอาลัยเอย

ตัวอย่างที่ ๒  มีรูปแบบ - สัมผัส  คล้ายกลอนแปด
                                                 ตอนนี้...ฉันรู้เธอสงสัย
                                            ว่าทำไม...ฉันเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน
                                            ดูเงียบ ๆ ... เรียบง่ายไม่ซับซ้อน
                                            ดูเฉยชากับทุกตอนที่ผ่านไป
                                            ...อยากบอกเธอไม่มีใครทำให้เปลี่ยน
                                            แต่เรื่องเรียนฉันเคยเขียนความฝันไว้
                                            อนาคตวาดไว้สูงฉันต้องไป
                                            ใช่เธอทำผิดใจ
                                            หรือหัวใจ... ข้างในมีใครแทน

ตัวอย่างที่ ๒  เป็นร้อยแก้วธรรมดา  มุ่งเน้นอารมณ์
                                                    แม่จ๋า ...
                                             หนูหนาวเหลือเกิน
                                             ทำไมเราไม่มีเสื้อกันหนาวเหมือนคนอื่น
                                                    แม่จ๋า ...
                                             หนูหิวเหลือเกิน
                                             ทำไมเราไม่มีข้าวกินเหมือนคนอื่นเขา
                                                    .............................
                                                    ก็เรามันจนนี่ลูก...
                                             แม่ตอบ...
                                             น้ำตาแม่หลั่งไหล ...  อาบแก้ม
                                                    ...........................

                                                   แม่จ๋า...
                                             แม่อย่าร้องไห้
                                             หนูไม่หนาว  หนูไม่หิวแล้ว                                
                                             

        นักเขียนกลอนเปล่าในปัจจุบันมีเป็นจำนวนมาก  แต่ผ้ท่ควรให้ความสนใจ  คือ  จ่าง แซ่ตั้ง  ซึ่งเป็นจิตรกรและนักปรัชญา  จึงได้ประสานศิลปะการวาดภาพเข้ากับศิลปะการประพันธ์  ท่เรียกกันว่า วรรณรูป  หรือ วรรณลักษณ์  ซึ่งเป็นการประพันธ์ท่ใช้ตัวหนังสือประกอบกับรูปภาพ  ช่วยส่อความหมายของเนื้อความในบทประพันธ์นั้น  เช่น

                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน 
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน 
                                                  คน  คน  คน  คน  คน  คน  คน
                                                  คอยรถเมล์โดยสารประจำทาง...ที่ป้ายรถเมล์

   แนวการเขียนของ จ่าง  แซ่ตั้ง  นี้ทำให้มีนักเขียนรุ่นหลัง ๆ นำไปใช้เป็นแบบอย่างบ้าง เช่น  เรื่อง  เรือจ้าง
จะเห็นได้ว่า  คำประพันธ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม  จนก่อให้เกิดคำประพันธ์ชนิดใหม่ ๆ แปลก ๆ  เป็นจำนวนมากมายกว้างขวางขึ้น  สมดังคำกล่าวที่ว่า  " กวีฤาแล้งแหล่งสยาม"

 

edit @ 1 Dec 2008 22:23:01 by sirimajan

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet