รสวรรณคดี-อินเดีย

posted on 15 Jun 2008 21:59 by sirimajan

รสวรรณคดี       

     รส  ในความหมายทางการประพันธ์  หมายถึง  อารมณ์สัมผัส  รับรู้ด้วยใจ
เช่น  รสเสียง  รสถ้อยคำ  สัมผัสคำ  รสวรรณคดีบาลีสันสกฤต  แบ่งได้ 9  รส  ดังนี้

     1.  ศฤงคารส  คือ  รสแห่งความรัก
     2.  วีรรส  คือ  รสของความกล้าหาญ
     3.  กรุณารส  คือ  รสของความเมตตาสงสาร
     4.  หัสสรส  คือ  รสของความขบขัน
     5.  อัพภูตรส  คือ  รสของความประหลาดใจ  ตื่นเต้น
     6.  ภยานกรส  คือ  รสของความกลัว
     7.  รุทธรส  คือ  รสของความโกรธ
     8.  พีภัจฉรส  คือ  รสของความเกลียดชัง  ลังเล  รังเกียจ
       9.  ศานตรส  คือ  รสของความสงบ  เยือกเย็น



ทบทวน-ชวนทำ

     อ่านบทประพันธ์ต่อไปนี้  แล้วตอบคำถามว่าตรงกับรสใด
 
     
ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง                 แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง
ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง                   จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง
.......................................................................................
     
     รีบขุดหลุมฝังรักตักดินกลบ             ปลดธงรักปักธงรบไม่หลบหาย
ประกาศว่าเป็นวันอันตราย                   ใครจะตายใครจะอยู่...ได้รู้กัน
.......................................................................................

     ตกตะลึงพรึงเพริดเกิด  "ดาวหาง"  เหมือนเป็นลางบอกเหตุอาเพศใหญ่
ทุกครั้งเห็นเป็นจริง...เพราะสิ่งใด        เชื่อได้หรือไม่ได้...คิดใคร่ครวญ
.......................................................................................

     รูของเธอมีไว้ให้ชายหลง               รูของเธอมั่นคงทรงศักดิ์หรู
รูของเธอโดดเด่นเห็นดำรู                  รูของเธอห้อยต่างหูดูสวยดี
.......................................................................................

 บ้านหลังเก่าเริ่มต้นรับคนเก่า             คืนสู่เหย้าเฝ้าถิ่นอย่างสิ้นหวัง
คงอดีตเล่าให้คนใหม่ฟัง                     ถึงความเอ๋ย  ความหลังอันวังเวง
.......................................................................................
    
     ปณิธานศรัทธาเขากล้าแกร่ง          ด้วยเลือดแห่งคนรักในศักดิ์ศรี
ชีวิตทั้งชีวิตอุทิศพลี                            เพื่อเสรี  "ประชาธิปไตย"
.......................................................................................
    
     ไฟนั้นร้อนเท่าใดใครก็รู้                เมื่อสุมอยู่กลางกมลฤาทนได้
ฉันพร้อมแล้ว...สำหรับจะดับไฟ          เพื่ออิ่มกระไอ  ความรักของนักบุญ
.......................................................................................
    
    เพียงอยากบอกถึงหัวใจใครคนหนึ่ง
ว่ารู้ซึ่งคุณค่าภาษาศิลป์
อันผลงานฝากไว้ในแผ่นดิน
มอบทั้งสิ้นเพื่อบูชาภาษาไทย
.......................................................................................

    คนบ้าผมกระเซิงเหมือนเพิงรก     เนื้อตัวแสนสกปรกเป็นโรคหนอง
หน้าฝีดาษาล้วนรอยปรุแผลพุพอง      มาขอของปากมีแต่ขี้ฟัน

.......................................................................................

แหล่งข้อมูล
วาสนา  บุญสม.  กลอนสัมผัสใจได้อย่างไร. พิมพ์ครั้งที่ 3.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์   
      ประกายแสง,  2540.
      

edit @ 26 Sep 2008 16:08:15 by sirimajan

edit @ 31 Aug 2009 21:51:25 by sirimajan

edit @ 19 Jun 2011 23:43:00 by sirimajan

edit @ 19 Jun 2011 23:49:52 by sirimajan

Comment

Comment:

Tweet