sirimajan View my profile

เร่ืองสั้น

posted on 09 Dec 2011 22:03 by sirimajan
 
 
 
 

      เรื่องสั้น (Short story)  เรื่องสั้นเกิดขึ้นราว 3,000 ปีก่อนคริสตศักราช มีกำเนิดมาจากเรื่องเล่า หรือเรื่องที่เล่าสู่กันฟันองคนยุคนั้น เช่น พฤติกรรมของคนในการดำเนินชีวิตประจำวัน เรื่องครอบครัว เรื่องอิทธิพลความเชื่อ ภูตผีปีศาจ เทวดา เทพเจ้า ฯลฯ หรืออาจเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับนิทานเก่าแก่ที่มีคติสอนใจในทุกชาติทุกภาษา เช่นเรื่อง นิทาน  อาหรับราตรี   นิทานเรื่องเดคาเมรอน นิทานในคัมภีร์ไบเบิลทั้งภาคเก่าและใหม่ เป็นต้น

     เรื่องสั้นเรื่องแรกของโลก เกิดในทวีปยุโรป ที่ประเทศอังกฤษ สมัยแองโกล – แซกซอน (Anglo-Saxon) 
ในราวศตวรรษที่ 10 คือเรื่อง Brickling Homilies  เรื่องราวกล่าวถึงชายหนุ่มผู้มั่งคั่งคนหนึ่งมีความรู้สึกเศร้าเสียใจ    เพราะเพื่อนตัวเองตายจากไป    เขาจึงตัดสินใจเดินทางรอนแรมไปในที่ต่างๆ เพื่อหวังจะลืมอดีตจากบ้านเกิด แต่เมื่อเขาเดินทางก็ยิ่งได้พบกับสภาพความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์เพิ่มขึ้น เช่น โรคระบาด การปล้นฆ่าฟัน การสงคราม ฯลฯ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจกลับมาตั้งหลักปักฐานที่บ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อต้องการสร้างความเจริญให้เกิดขึ้น และให้พ้นจากสภาพความทุกข์ยากต่างๆ ที่ประสบจากการเดินทาง

       เรื่องสั้นเรื่องแรกของอเมริกา ในราวศตวรรษที่ 19 เรื่องสั้นจากประเทศประเทศอังกฤษแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เรื่องสั้นเรื่องแรกของมีชื่อว่า Rip van Winkle ประพันธ์โดย Washington living เรื่องราวกล่าวถึง ชายตัดฟืนคนหนึ่งเข้าไปตัดฟืนบนภูเขา ได้เข้าไปพบกับหมู่บ้านคนแคระและมีกิจกรรมต่าง ๆ
เล่นสนุกสนานกับพวกคนแคระเหล่านั้น เช่น การโยนลูกโบว์ลิ่ง เป็นต้น แต่เมื่อชายคนนั้นเดินทางกลับลงมายังหมู่บ้านก็พบว่าไม่มีใครในหมู่บ้านรู้จักเขาเลย เพราะว่าเวลาล่วงเลยไปนานนับสิบๆ ปี คนที่เคยรู้จักก็ล้มตายไปหมดสิ้น
เหลือแต่เพียงชายคนนั้นที่ชื่อว่า Mr. Rip van Winkle ที่ยามเมื่อเกิดฝนตก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง หรือฟ้าผ่า เขาก็ต้อง
หวนคิดถึงเมื่อครั้งที่เขาไปเล่นสนุกสนานกับเหล่า คนแคระ โดยโยนโบว์ลิ่งไปกระทบพินต่างๆ เสียดังสนั่นเป็นเสียงปานฟ้าร้อง ฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า เช่นเดียวกัน

       เรื่องสั้นเรื่องแรกของไทย เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้แก่เรื่อง “สนุกนิ์นึก” ประพันธ์โดย กรมหมื่นพิชิต
ปรีชาการ ลงในหนังสือวารสารวชิรญาณวิเศษ พ.ศ. 2428 เป็นเรื่องกล่าวถึง พระภิกษุหนุ่ม 4 รูปสนทนากันถึง
ภาระงานตนเอง เมื่อต้องลาสิกขาบถ เมื่อบวชครบพรรษาแล้ว แต่แต่งได้เพียงตอนเดียวจึงยังไม่จบเรื่อง
เรื่องสั้นเรื่องแรกของไทยที่แต่งจบเรื่อง  ได้แก่เรื่อง “พระเปียให้ทานธรรม” ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ผู้ที่นำเครื่องหมายวรรคตอนเข้ามาใช้ในการเขียนเรื่องสั้นครั้งแรก คือ นายส่ง เทพาสิต ซึ่งแต่งเรื่องสั้นชื่อ “น้ำใจของนรา” ลงในหนังสือวารสารไทยเขษม

       วรรณกรรมไทยจึงเจริญรุ่งเรืองจากยุคกำเนิดโรงพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ถึงยุครุ่งเรืองสมัยรัชกาลที่ 5
และเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุควรรณกรรมเรื่องสั้น นวนิยาย และคำประพันธ์ร่วมสมัย

 

ลักษณะของเรื่องสั้น 

1.  เรื่องสั้นมีลักษณะคล้ายนวนิยาย แต่มีเนื้อเรื่องที่สั้นกว่า มีความยาวประมาณ 1,000-10,000 คำเป็นเรื่องที่อ่านรวดเดียวจบภายในระยะอันสั้น ประมาณ 5-50 นาที

2. เหตุการณ์ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน มีการดำเนินเรื่องให้เชื่อมโยงกันในระยะเวลาอันสั้น

3.    โครงเรื่องเดียวกัน มีแก่นเรื่องเพียงอย่างเดียว เสนอความคิดสำคัญเพียงความคิดเดียว

4.    มีตัวละครจำกัด เด่นๆ เพียง 2-3 ตัว ไม่เน้นการแสดงพัฒนาการทางด้านนิสัยของตัวละคร ใช้คำพูดหรือพฤติกรรมของตัวละครเป็นการคลี่คลายเนื้อเรื่องหรือปมปัญหาของเรื่อง

5.    ตอนจบมีวิธีการที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับกลวิธีของผู้แต่ง เช่น จบแบบพลิกความคาดหมาย จบแบบทิ้งปมให้ผู้อ่านคิด หรือมุ่งให้เกิดความสะเทือนใจ ซึ้งใจ เป็นต้น


 แนวการวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องสั้น

           1.   แนวคิดของเรื่อง, แก่นเรื่อง (Theme) คือ สาระสำคัญที่ผู้แต่งต้องการสื่อถึงผู้อ่าน ซึ่งผู้เขียน
มักไม่บอกไว้ชัดเจน ผู้อ่านจะต้องอ่านจนจบ และดูว่าผู้แต่งต้องการสื่อแนวคิดถึงผู้อ่านว่าอย่างไร โดยสรุปจาก
ข้อความที่ปรากฏอยู่ในเรื่องที่เป็นประโยคสำคัญ 2-3 ประโยค หรือจากเหตุการณ์ การกระทำของตัวละคร คำพูดของตัวละคร เป็นต้น เช่น ความยากจนบีบบังคับให้คนชั่วได้ โลภมากลาภหาย

          2.   โครงเรื่อง (Plot) คือ ขอบข่ายที่จะให้เนื้อเรื่องดำเนินตาม โดยกำหนดเหตุการณ์ เรื่องราวใด
เรื่องราวหนึ่ง แล้วก่อให้เกิดผลอย่างหนึ่งตามมา โครงเรื่องจะมีการเปิดเรื่อง การดำเนินเรื่องและปิดเรื่อง

                2.1   การเปิดเรื่อง (Opening) คือ การเริ่มต้นในฉากแรกของเรื่องที่เขียนเพื่อเร้าความสนใจของผู้อ่านให้ติดตามงานเขียนเรื่องนั้นๆ อาจใช้วิธีบรรยายฉาก บรรยายตัวละคร หรือด้วยบทสนทนา การเปิดเรื่องแล้วดำเนิน
ไปสู่จุดสนใจสูงสุด แล้วคลี่คลายตอนจบ หรืออาจเปิดเรื่องด้วยจุดสำคัญตอนใดตอนหนึ่งแล้วดำเนินเรื่องต่อไปจนถึง
จุดสูงสุดของเรื่อง แล้วปิดเรื่อง

               2.2    การดำเนินเรื่อง (Action) คือการกำหนดให้ตัวละครแสดงบทบาทเรื่องราวไปตามที่ผู้เขียนกำหนดไว้ในโครงเรื่อง เพื่อบ่งบอกเรื่องราวแก่ผู้อ่าน การดำเนินเรื่องต้องมีปมปัญหา มีการต่อสู้ (ปรัชญาในการต่อสู้)
มีการขัดแย้ง ส่วนข้อขัดแย้งนั้น มีหลายชนิดคือ

                                    1)   ความขัดแย้งภายในจิตใจของตัวละคร เช่น ใจหนึ่งต้องการ อีกใจหนึ่งไม่ต้องการ
                                    2)   ความขัดแย้งของตัวละครกับคนอื่น เช่น ทะเลาะวิวาทกัน
                                    3)   ความขัดแย้งของตัวละครกับสังคม เช่น มีค่านิยมที่ขัดกับค่านิยมของสังคม
                                    4)   ความขัดแย้งของตัวละครกับธรรมชาติ เช่น การต่อสู้กับภัยธรรมชาติ 

               2.3       การปิดเรื่อง (Ending) คือการจบเรื่องซึ่งจะคลี่คลายปมสงสัย ปมปัญหาทั้งมวลลง (หรืออาจจะทิ้งค้างไว้ให้ผู้อ่านคิดต่อก็ได้) ถือเป็นจุดสุดยอดของเรื่อง (Climax) มีหลายลักษณะที่สำคัญคือ

                          1)      จบแบบเศร้า เช่น ตาย พลัดพรากจากกัน
                          2)      จบแบบสมหวัง เช่น พบความสำเร็จ ไดแต่งงานกัน
                          3)      จบแบบทิ้งท้ายไว้ให้ผู้อ่านคิด ให้ผู้อ่านคาดคะเนเอาเองว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร 

       3.  ตัวละคร คือ ผู้ประกอบพฤติกรรมในเรื่อง ตัวละครอาจเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็ได้ โดยทั่วไปเรื่องสั้นจะมี
ตัวละครน้อย อาจมีเพียงตัวเดียว หรือ 2-3 ตัว ผู้เขียนมีวิธีทำให้ผู้อ่านรู้จักตัวละคร ได้หลายวิธี เช่น

1)     ผู้แต่งเป็นผู้บรรยายให้ผู้อ่านรู้จักตัวละครทั้งรูปร่างลักษณะอารมณ์ความรู้สึกพฤติกรรม
2)     ผู้แต่งให้ตัวละครอื่นเป็นผู้แนะนำให้ผู้อ่านรู้จักตัวละครนั้น อาจด้วยสนทนาถึง
3)     ผู้แต่งให้ตัวละครนั้นเป็นผู้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ให้ผู้อ่านรู้จัก

ผู้วิจารณ์สามารถวิจารณ์ได้ตั้งแต่จำนวนตัวละครว่ามากน้อยเกินไปหรือไม่ บทบาทที่แสดงนั้นเหมาะสมกับเนื้อเรื่องเพียงไร และบทบาทนั้นสมจริงหรือไม่

 ลักษณะตัวละครมี 2 แบบกว้างๆ คือ

1)       แบบแบนราบ (Flat Character) คือตัวละครไม่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะ มีลักษณะเฉพาะตัวแต่เดิมอย่างไรก็ยังคงลักษณะไว้เช่นนั้น ทั้งๆ ที่เหตุการณ์เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ลักษณะก็ไม่ยอมปรับเปลี่ยนตาม

2)        แบบกลม (Round Character) คือ ตัวละครมีลักษณะซับซ้อน มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งตัวละครแบบนี้จะมีพฤติกรรมเหมือนคนจริงๆ เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป ลักษณะอุปนิสัยของ

ตัวละครก็เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ทำให้มองเห็นตัวละครได้รอบด้าน 

        4. ด้านฉาก คือ เวลา สถานที่ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวละครที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง เช่น ภาพ ท้องทุ่ง ห้องนอน ควาย ถนนหนทาง บรรยากาศ (สิ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ขณะที่เรื่องดำเนิน ซึ่งบรรยากาศจะสอดคล้องกับฉากและพฤติกรรมของตัวละคร เช่น บรรยากาศค่ำคืนวันเพ็ญก็เหมาะสมกับเรื่องเกี่ยวกับความรัก เป็นต้น)

        5.  ด้านสำนวนการเขียน ใช้คำพูดเป็นอย่างไร ใช้สำนวนโวหารได้ดีเพียงไร ด้านการเลือกใช้คำและข้อความ บรรยายพฤติกรรมต่างๆ ใช้แต่ที่จำเป็น มีการประหยัดคำหรือไม่ บทพรรณนาเปรียบเทียบเขียนได้ดีเพียงไร กลมกลืนกันหรือไม่ เป็นต้น

การใช้ภาษาในการบรรยายเรื่องต้องกระชับ สื่อความหมายได้ชัดเจน ส่วนบทสนทนาก็จะต้องเหมาะสมกับสภาพของตัวละคร และบทบาทของตัวละคร บทสนทนาจะให้ผู้อ่านรู้จักตัวละครในด้านต่างๆ และอาจช่วยในการดำเนินเรื่องด้วย

ท่วงทำนองการเขียน (Style) คือ ลีลาการใช้ถ้อยคำสำนวน เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด เจตคติของนักเรียน ซึ่งระบายความลึกซึ้ง ความจัดเจนของชีวิต สะท้อนความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ อาจแบ่งท่วงทำน่องการเขียนได้ เช่น เรียบๆ กระชับรัดกุม เขียนเข้ม มีความเป็นประจักษ์ภาพ สละสลวย สูงส่ง

         6.  ด้านกลวิธีการเขียน พิจารณาชื่อเรื่อง ซึ่งควรจะเรียกร้องความสนใจ ให้ติดตามอ่านการตั้งชื่อตัวละคร การเขียนบทสนทนากับส่วนที่เป็นการบรรยายหรือพรรณนา สามารถเขียนให้ข้อความกลมกลืนกันไปได้ดีเพียงไร
มีการชี้แนะโดยตรงหรือทางอ้อม หรือโดยการอุปมาอุปไมย

กลวิธีการเสนอเรื่อง ผู้เขียนมีกลวิธีการเล่าเรื่องหลายลักษณะ เช่น

               1)       ผู้แต่งเป็นผู้เล่าเรื่องในฐานะเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง
               2)       ผู้แต่งเป็นผู้เล่าในฐานะเป็นผู้สังเกตความเป็นไปต่างๆ
               3)       ตัวละครสำคัญในเรื่องเป็นผู้เล่า โดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

มีผู้แบ่งเรื่องสั้นไว้หลายลักษณะ บ้างก็ใช้ลักษณะการแต่งเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง บ้างก็ใช้ลักษณะเนื้อหาเป็นฯเกณฑ์ และบ้างก็แบ่งตามจุดมุ่งหมายในการแต่ง

 โดยทั่วไปนิยมแบ่งเรื่องสั้นไว้เป็น 4 ชนิด คือ

  1. เรื่องสั้นชนิดผูกเรื่อง มีเค้าเรื่องดำเนินไปอย่างสลับซับซ้อน ชวนให้น่าฉงน
  2. เรื่องสั้นชนิดเน้นตัวละคร จะถือตัวละครเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง
  3. เรื่องสั้นชนิดที่ถือฉากเป็นสำคัญ ตัวละครอาจเกี่ยวพันอยู่กับฉาก
  4. เรื่องสั้นชนิดที่แสดงแนวคิดมุ่งเสนอทัศนะอย่างใดอย่างหนึ่งต้องการให้เห็นความจริงในชีวิต

    ตัวอย่างเร่ืองสั้น

       ชื่อเรื่อง                                                      ผู้แต่ง

 ฉันคือต้นไม้                                                    ไมตรี ลิมปิชาติ

 ยาย                                                               มน เมธี

 สัญชาตญาณมืด                                               อ. อุดากร

 ตุ๊กแกนรก                                                       ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว

 แหลมตะลุมพุก                                                มนัส สัตยารักษ์

 มอม                                                                ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

 แสงดาวแห่งศรัทธา                                           คมทวน คันธนู

 เด็กที่ครูไม่ต้องการ                                           นิมิต ภูมิถาวร

 อรุณรุ่งที่หินกอง                                                เรียมเอง

 ครอบครัวกลางถนน                                          ศิลา โคมฉาย

 จับตาย                                                               มนัส จรรยงศ์

 ถนนสายที่นำไปสู่ความตาย                                   วิทยากร เชียงกูล

 รถไฟเด็กเล่น                                                      สุชาติ สวัสดิ์ศรี

 ศึก                                                                     นิคม รายยวา

 ก่อกองทราย                                                       ไพฑูรย์ ธัญญา

 คืนเดือนมืด                                                        สุวัฒน์ วรดิลก

 เพลงใบไม้                                                           วานิช จรุงกิจอนันต์

 ขอบคุณ...กรุงเทพฯ                                             ศิลา โคมฉาย

 ขุนทองเจ้าจะกลับเมื่อ...ฟ้าสาง                      อัศศิริ ธรรมโชติ

 

          แหล่งข้อมูล

ถวัลย์ มาศจรัส. คู่มือการเขียนเรื่องสั้นจากภาษิตและคำพังเพย. กรุงเทพมหานคร.

          สำนักพิมพ์ภูมิปัญญาจำกัด, 2537.

CD-ROM สถาบันพัฒนาสื่อการเรียนการสอน. แผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรใหม่ ภาษาไทย.



edit @ 9 Dec 2011 23:09:21 by sirimajan

edit @ 9 Dec 2011 23:46:23 by sirimajan

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet