นวนิยาย

posted on 10 Dec 2011 21:52 by sirimajan
   นวนิยาย
 
 

         นวนิยาย  เป็นรูปแบบหนึ่งของ วรรณกรรม ลายลักษณ์ แต่งในรูปของร้อยแก้ว มีลักษณะแตกต่างจากเรื่องแต่งแบบเดิม ที่เรียกว่า นิยาย หรือ นิทาน ที่เรียกว่า “นวนิยาย” ก็เพราะถือเป็นนิยายแบบใหม่(Novel)ตามแบบตะวันตกนั่นเอง อย่างไรก็ตามในภาษาพูด โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า “นิยาย” ซึ่งกะทัดรัดกว่า
 
         นวนิยายนั้น เป็นเรื่องราวที่มีลักษณะสมจริงมากกว่านิทานหรือนิยายแบบเดิม  บางครั้งอาศัยฉากหรือเหตุการณ์จริง หรืออิงความเป็นจริง มีบทสนทนา และบรรยายเหตุการณ์อย่างปุถุชนทั่วไป
          กำเนิดของนวนิยายและเรื่องสั้นในประเทศไทยเกิดพร้อมกับ
การรับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมอื่นๆ จากชาติตะวันตก ในปี พ.ศ. 2378
คณะมิชชันนารีอเมริกันได้นำเทคนิควิทยาการการพิมพ์เข้ามาในประเทศไทย หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทยเกิดเมื่อปีพ.ศ. 2400 ชื่อ
“ราชกิจจานุเบกษา”
และทำให้เกิดหนังสือพิมพ์ตามมากอีกหลายฉบับ
 
         สำหรับการแต่งนวนิยายเป็นเรื่องแรกนั้น ผู้รู้หลายท่านมักจะกล่าวว่าเรื่อง “สนุกนิ์นึก” ซึ่งแต่งโดยกรมหลวงพิชิตปรีชาการ   ซึ่งตีพิมพ์หนังสือวชิรญาณวิเสศ   ( แผ่น 28 วันที่ 6 เดือน 8 ปีจอ อัฐศก 1248) เป็นเรื่องแต่งที่มีแนวโน้มจะเป็นนวนิยายเรื่องแรกของไทย  ที่แต่งเลียนแบบนวนิยายตะวันตก อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็แต่งได้เพียงตอนเดียว
ก็ถูกระงับ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีเนื้อหากระทบกระเทียบต่อศาสนา
ในสมัยนั้น
 
        นวนิยายเต็มเรื่องเรื่องแรกของไทยเป็นนวนิยายแปลเรื่อง
“ความพยาบาท” ที่ แม่วัน แปลมาจากหนังสือชื่อ vandetta ของ
Marie corelli
ซึ่งตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในหนังสือ ลักวิทยา ในช่วงปี  พ.ศ. 2445  และหลังจากนั้น ก็สร้างแรงจูงใจให้ “ครูเหลี่ยม” เขียนนวนิยายไทยที่เป็นเนื้อเรื่องแบบไทยแท้ล้อเลียนเรื่องแปลของแม่วัน โดยใช้ชื่อว่า “ความไม่พยาบาท” ในปี  พ.ศ. 2458
 
           
         งานเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายมีวิวัฒนาการเรื่อยมา จนกระทั่งช่วง พ.ศ. 2471-2472 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลา ที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของประวัติวรรณคดีไทย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เกิดนักเขียนซึ่งทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจ ให้มีการเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายในยุคต่อมา คือ ในปี พ.ศ. 2471 กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา แต่ง “ลูกผู้ชาย” ซึ่งได้รับ
ความนิยมมาก พ.ศ. 2472 ดอกไม้สด แต่ง “ศัตรูของเจ้าหล่อน” และ หม่อมเจ้าอากาศ ดำเกิงรพีพัฒน์ แต่ง “ละครแห่งชีวิต”
 
        นักเขียนทั้งสามท่านเขียนเรื่องราวออกมาโดยใช้พลอตหรือ
แนวเรื่องแตกต่างจากนวนิยายต่างประเทศในสมัยนั้น  ทำให้นักเขียนทั้งสามท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ริเริ่มในการเขียน  ซึ่งวางโครงเรื่องเป็นแบบไทย และเป็นต้นแบบการเขียนนวนิยายมาจนถึงปัจจุบัน
 
         ถึงแม้เรื่องสั้นและนวนิยายถูกนับว่าเป็นบันเทิงคดี คือเรื่องที่แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียนเป็นส่วนใหญ่ แต่นวนิยายก็มีประโยชน์และ
มีคุณค่าในตัวของมันเอง เรื่องสั้นและนวนิยายสามารถบอกเรื่องราว และความนึกคิด ของคนในสมัยต่างๆ ได้ เช่น เรื่องสี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.
คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่สะท้อนเรื่องราวของชีวิตไทยในอดีต เรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่สองใน
คู่กรรม เป็นต้น
 
       เรื่องสั้นและนวนิยายไทยมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปตามกาลเวลา ปัจจุบันการศึกษาของประเทศไทยโดยเฉลี่ยสูงขึ้น ทำให้ความต้องการบริโภคอาหารสมอง และเรื่องราวบันเทิงคดีต่าง ๆ มากขึ้นตามไปด้วย วิวัฒนาการของนวนิยายไทย   จึงน่าจะมีการพัฒนาต่อไปอีกนาน และนอกจากให้ความบันเทิงแล้วนวนิยายยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวชีวิต และประวัติศาสตร์ชาติไทยให้คนรุ่นต่อไปได้นำมาศึกษาอีกทางหนึ่ง
 

 

 แหล่งข้อมูล

เถกิง พันธ์เถกิงอมร. “นวนิยายและเรื่องสั้น การศึกษาเชิงวิเคราะห์”
        คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฎสงขลา, 2541.

วิภา กงกะนันท์.  กำเนิดนวนิยายในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, 2540.

http://th.wikipedia.org/wiki

 

edit @ 1 Dec 2012 14:51:18 by sirimajan

edit @ 15 Dec 2013 10:55:57 by sirimajan

Comment

Comment:

Tweet