หลักการวิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีเบื้องต้น  
                                                       
                                             

1.   ความหมายของการวิเคราะห์วิจารณ์

            คือ  การแยกแยะเพื่อพิจารณาไตร่ตรอง  หาข้อดีข้อเสีย  หาจุดเด่น
จุดด้อย  หาเหตุผล
  ในการจะนำไปสู่การวินิจฉัยตัดสินใจ  เพื่อประเมินคุณค่าของหนังสือในด้านต่าง ๆ  เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง  เช่น  เพื่อความซาบซึ้ง  เพื่อการนำไปประยุกต์ใช้  เพื่อแนะนำหนังสือ  เป็นต้น
 

2.   การวิเคราะห์องค์ประกอบของงานประพันธ์ 

          2.1      การวิเคราะห์รูปแบบ

                    2.1.1   รูปแบบคำประพันธ์       
ร้อยแก้ว  เช่น  เรื่องสั้น  นวนิยาย  สารคดี  บทความ  บทละคร 
ร้อยกรอง  เช่น  โคลง  ฉันท์  กาพย์  ร่าย  กลอน

                    2.1.2   รูปแบบการดำเนินเรื่อง /   ธรรมเนียมนิยมในการแต่ง  เช่น  วรรณคดีไทยร้อยกรอง  จะเริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู  มีบทชมธรรมชาติ  มีบทเปรียบกล่าวถึงการพลัดพรากคร่ำครวญ  มีบทอัศจรรย์  ตอนท้ายจบลงด้วยคำอธิษฐานของผู้แต่ง  หรือบอกจุดมุ่งหมายในการแต่ง  แล้วบอกชื่อผู้แต่ง 
เป็นต้น 
 

           2.2      การวิเคราะห์องค์ประกอบของเรื่อง

                    2.2.1   โครงเรื่อง  (PLOT)  คือ  เค้าโครงเรื่องซึ่งแสดงปัญหาหรือข้อขัดแย้งภายในเรื่อง  เช่น  ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับอำนาจเหนือธรรมชาติ   ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ            ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับ  ความขัดแย้งภายในใจ ของตัวละครเอง

                    2.2.2   ตัวละคร  (CHARACTERS)  คือ  ผู้มีบทบาทในเรื่อง  อาจเป็น  คน  สัตว์  อมนุษย์  หรือสิ่งของก็ได้  ต้องวิเคราะห์ลักษณะนิสัยตัวละคร  บุคลิกภาพ  บทบาทในเรื่อง  ความสมจริงของบทบาทและพฤติกรรมเหมาะสม / ประทับใจเพียงใด 

                    2.2.3   ฉาก  (SETTING)  คือ  สถานที่  และ  เวลา  รวมทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัวละครที่เรื่องนั้น ๆ เกิดขึ้น

                    2.2.4   กลวิธีการแต่ง  (TECHNIQUE)  คือกลวิธีในการเสนอเรื่อง / เล่าเรื่อง  (เช่น  นักเขียนเล่า  หรือตัวละครเล่า)

                    2.2.5   การใช้ภาษา  (  LANGUAGE)  เป็นลีลา  (STYLE)  ของผู้เขียนแต่ละคน  ในด้านการใช้คำ  การใช้โวหารภาพพจน์  และ
รสวรรณคดี

                              1)       การใช้คำ   (คำมีทั้งที่เป็นความหมายตรง   และความหมายแฝง) 

                                        1.1)     การเลือกเสียงของคำ       การเลียนเสียงธรรมชาติ

ตัวอย่าง  ได้ยินเสียงผีป่าโป่งโป้งเปิ่งกู่ก้องร้องกระหึม    ผีผิวพึมฟังขนพอง  เสียงชะนีร้องอยู่โหวยโวยโว่ยวิเวกวะหวามอก  พราหมณ์ก็หยุดยืนตื่นตกตะลึงนึก 

(จากเรื่องมหาเวสสันดรชาดก  แต่งโดยเจ้าพระยาพระคลัง (หน))

                                         1.2)     การใช้ลีลาจังหวะ             เสียงหนักเบา

ตัวอย่าง          เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร    ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน    ก็มาเป็น

     ศึกบ่ถึงและมึงก็ยังมิเห็น          จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น      ประการใด

                              (จากเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์  แต่งโดยนายชิต  บูรทัต)

                                        1.3)     การเลือกความหมายของคำให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและลักษณะของร้อยกรอง

ตัวอย่าง  ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก    กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน
        บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวงเหมือนกงเกวียน        ดูวนเวียนคว้างคว้างในหว่างวง
                                             (จาก นิราศภูเขาทอง  ของสุนทรภู่)

                                      
  1.4)   การเล่นคำ  การซ้ำคำ  การเล่นอักษร 
การเล่นเสียง

ตัวอย่าง      หนาวน้ำค้างพร่างพรมจะห่มเสื้อ        พออุ่นเนื้อนอนสนิทพิสมัย

               ถึงลมว่าวหนาวยิ่งจะผิงไฟ                  แต่หนาวใจจำกลั้นทุกวันคืน

                                                  (จากเรื่องพระอภัยมณี  แต่งโดยสุนทรภู่)

                2)    การใช้โวหารภาพพจน์  (ดูรายละเอียดเร่ือง การใช้ภาพพจน์)
             3)     รสวรรณคดี                 (ดุรายละเอียด เรื่อง รสวรรณคดี)

 

edit @ 10 Jun 2013 20:49:07 by sirimajan

edit @ 10 Jun 2013 22:49:11 by sirimajan

Comment

Comment:

Tweet